อย่างไรก็ดี การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ ขึ้นสองคณะ คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ  (กยอ.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ (กยน.) อาจจะเสริมรัฐบาลให้มีภาพของ Credible Government  มากขึ้น แต่ก็เกิดประเด็นคำถามอย่างน้อย 3 ประเด็นตามมา

ประเด็นที่หนึ่ง อำนาจหน้าที่ ความเป็นอิสระที่ปลอดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และความต่อเนื่องของคณะกรรมการทั้งสองชุด มีมากน้อยเพียงใด มิเพียงเท่านั้น ก็ยังมีประเด็นเกี่ยวกับความโปร่งใสและความคุ้มค่าในโครงการต่างๆที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นโดยคณะกรรมการดังกล่าว และที่สำคัญคือ การเปิดโอกาสให้ภาคส่วนอื่นๆ ทั้งภาคประชาชนและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะการสร้างอนาคตประเทศ และการบริหารน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่สามารถกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ รัฐที่อ่อนแออย่างที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้

ประเด็นที่สอง หากคณะกรรมการทั้งสองชุดเป็นเพียงกลไกเสริม  ในขณะที่รัฐบาลยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศแล้วละก็ ต้องถือว่ารัฐบาลชุดนี้ Dysfunction จำเป็นจะต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี ยกเครื่องระบบการบริหารราชการแผ่นดินขนานใหญ่ หลังวิกฤตมหาอุทกภัย สิ่งที่รัฐจะต้องทำคือการปรับเปลี่ยนทิศทางเชิงนโยบาย โดยการยกเลิก หรือลดทอนนโยบายประชานิยมที่ไม่จำเป็น  ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด รัฐบาลจะต้องใช้ความกล้าหาญในการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงฐานราก และ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต (นอกเหนือจากมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาระยะสั้น)  เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีแต่ประเด็นเรื่องของน้ำท่วม ยังมีประเด็นอื่นๆมากมาย อาทิ ภัยแล้ง โรคระบาด วิกฤตการเงิน และประเด็นเรื่องความมั่นคง ที่จะต้องเผชิญในทศวรรษหน้า

ประเด็นที่สาม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรื้อปรับกลไกต่างๆที่มีอยู่ การยกเครื่องขีดความสามารถของแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลไกการทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชนและภาคเอกชน  มหาอุทกภัยทำให้เราได้เห็นศักยภาพและพลังจิตอาสาที่ซ่อนอยู่ในภาคประชาชนและภาคเอกชน อย่างไรก็ดี มหาอุทกภัยครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาใหม่ที่ซับซ้อน ซึ่งจำเป็นจะต้องมีโมเดลการทำงานหลากรูปแบบจากทุกภาคส่วน แต่สอดรับและขับเคลื่อนภายใต้กรอบและทิศทางเดียวกัน โดยต้องสามารถระบุลงไปได้ว่า 1) มีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการแบบรวมศูนย์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากภาครัฐในส่วนกลาง; 2) มีเรื่องอะไรบ้างที่รัฐจะเป็นผู้กำหนดกรอบ แต่ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย; 3) มีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องกระจายอำนาจให้แต่ละภาคส่วนกำหนดหรือตัดสินใจ แต่รัฐทำหน้าที่ประสานงานอย่างใกล้ชิด และ 4) มีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องกระจายอำนาจให้แต่ละภาคส่วนกำหนดหรือตัดสินใจ สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นอิสระ 

Comment

Comment:

Tweet